วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เผยยอดเข้าเว็บจราจรทะลุหลักหมื่น หลังเสื้อแดงปิดถนน


นาย ภาสกร ประถมบุตร ผู้อำนวยการ โปรแกรมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า จากสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา โดยเข้าปิดล้อมรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำให้การจราจรติดขัด ดังนั้นเว็บไซต์www.traffy.in.th จึงเป็นทางเลือกของผู้เดินทางใช้ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง
ผอ. โปรแกรมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ เนคเทค กล่าวต่อว่า เดิมมีผู้เข้าชมเว็บประมาณหลักพันรายต่อวัน หลังจากเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2552 แต่หลังจากเกิดการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงขึ้นเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา พบว่า เว็บไซต์มียอดผู้เข้าชมหลักหมื่นรายต่อวัน ขณะเดียวกัน พบปัญหาความล่าช้าของเว็บที่เกิดจากการเข้าชมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนคเทค เตรียมรับมือ โดยเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเปิดรองรับการใช้งานจากการดาวน์โหลดที่มากขึ้น และยังมีเว็บ www.traffic.thai.net เป็นทางเลือกรายงานการจราจรอีกด้วย
นาย ภาสกร กล่าวอีกว่า ข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าว นักศึกษาสามารถทำหนังสือขอข้อมูลและดาวน์โหลดข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการทำวิจัยและวิทยานิพนธ์ หลังเปิดมากว่า 1 ปี ตั้งแต่เดือน ม.ค.2551 เป็นลักษณะโครงการโดยมีวิธีการ และรายละเอียด และโปรแกรมตัวอย่าง ทั้งนี้ นักศึกษาจะใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ เป็นการคำนวณหาเส้นทางการเดินทาง ทำนายสภาพการจราจรก่อนทดลอง และต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม มีนักศึกษาสนใจแล้วจำนวน 20 คน
?
ผอ. โปรแกรมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ เนคเทค กล่าวด้วยว่า การพัฒนาต่อยอดของระบบการจราจร คาดว่าจะมีลักษณะพิเศษเพื่อให้คนดึงไปใช้ต่อยอด อาทิ เป็นภาพ 3 มิติ สำหรับคนเก่งด้านออกแบบกราฟฟิก หรือเป็นเสียงพูดออกมา โดยไม่ต้องดูทางหน้าจอ จะเหมาะกับดีวีดีในรถยนต์ ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อมีระบบ 3จีเข้ามา อาจมีระบบทราฟฟี่อินเทอร์เน็ตในรถยนต์ หรือสื่อสารบอกได้ว่าข้างหน้ามีอุบัติเหตุให้ระวัง

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

นักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่ ประชันดีไซน์เอกลักษณ์ไทยคับคั่ง

เปิดเวทีให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้แจ้งเกิดในวงการ GIT จัดงานประกวดออกแบบเครื่องประดับ   ครั้งที่  3   รอบตัดสินแบบวาด ภายใต้แนวคิด "Thai Explosion-Passion of Thai Design"...

เปิดเวทีให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้แจ้งเกิดในวงการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT จัดงานประกวดออกแบบเครื่องประดับ  ครั้งที่  3 รอบตัดสินแบบวาด ภายใต้แนวคิด "Thai Explosion-Passion of Thai Design" หรือการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย โดยมีนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงส่งผลงานเข้าร่วมประกวดอย่างคับคั่ง ที่ห้องประชุมชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆนี้

งานนี้ วิลาวัณย์ อติชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่อง ประดับแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดประกวดครั้งนี้มิได้เน้นที่การค้นหาคนเก่ง แต่ต้องการให้เกิดการตื่นตัวและแข่งขัน เพื่อเติมไฟทางความคิดให้เกิดขึ้นกับนักออกแบบไทยอย่างต่อเนื่อง และจากผลงานการออกแบบที่ส่งเข้ามาได้เห็นถึงการพัฒนาทางความคิดของนักออกแบบไทยที่กว้างไกลมากขึ้น ถือเป็นมิติใหม่และแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่สดใสในวงการออกแบบเครื่องประดับ ในบ้านเรา จะเติบโตไปในทิศทางที่ดี  สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอัญมณีสากล

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Eco Shop เวทีขายสินค้าดีไซน์รักษ์โลกแห่งแรกในเมืองไทย


ได้ฤกษ์เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับร้าน Eco Shop ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเมืองไทย โดยฝีมือของพิธีกรหนุ่มมากความสามารถ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นประธานเปิดงานครั้งนี้ พร้อมด้วย ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่มาร่วมแสดงความยินดี รวมถึงหวานใจของ ท็อป อย่างนางเอกวิก 3นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ณ ชั้น 1 ดิจิตอลเกทเวย์ สยามสแควร์
ร้าน Eco Shop นอกจากจะเป็นเวทีจำหน่ายสินค้ามีดีไซน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป็นศูนย์กลางจัดแสดงสินค้าที่นำวัสดุเหลือใช้และวัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมมาออกแบบในสไตล์ Reduce, Reuse, Recycle โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามและใช้ได้จริงในราคาที่สมเหตุสมผลและเหมาะกับผู้บริโภคที่รู้รักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บุคคลทุกเพศทุกวัยส่งผลงานสุดเก๋มาวางจำหน่ายอีกด้วย
งานนี้ดีไซเนอร์ไฟแรงที่พ่วงตำแหน่งผู้บริหารร้านอย่างหนุ่ม ท็อป เผยว่า "จุดเริ่มต้นของร้านเกิดจากความใฝ่ฝันของผมที่มีมาตั้งนานแล้วสำหรับการเปิดร้านขายของดีไซน์ โดยตั้งแต่ผมยังศึกษาที่ มศว.ประสานมิตร คณะศิลปกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์  แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานในสาขาที่ได้เรียนมา พอศึกษาระดับปริญญาโทและได้ทำการศึกษาแนวโน้มของผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และได้ ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ พอเรียนจบมาก็มีโอกาสได้ทำงานออกแบบ เลยเกิดไอเดียอยากเปิดเวทีขายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเมืองไทย เพราะอยากให้ผู้ผลิตสินค้า นักออกแบบ มาเจอผู้บริโภคที่ชื่นชอบงานประเภทนี้โดยตรง"
"และจากประสบการณ์การออกแบบให้ทาง สวทช.ทำให้รู้ว่าขยะเหลือในโรงงานมีเยอะมาก ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อลดปริมาณขยะได้ แต่เมื่อออกแบบสินค้ามาแล้วกลับมีปัญหาว่าจะนำไปจำหน่ายที่ไหน นอกจากนี้ในแต่ละปียังมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นจำนวนมาก แถมยังได้รางวัลการันตีความสามารถ แต่ผลงานต่างๆกลับไม่สามารถขายให้กับผู้บริโภคได้ จึงทำให้เกิดร้านนี้ขึ้น ซึ่งราคาจำหน่ายนั้นสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงเกินไปครับ"
สิ่งที่น่าสนใจนอกจากการจำหน่ายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว หนุ่ม ท็อป ยังพาน้องๆที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือความบกพร่องบางอย่างในร่างกายมาเป็นพนักงานขายประจำร้าน เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆได้แสดงศักยภาพ นับเป็นการพัฒนาเรื่องการให้โอกาสบุคคลด้วย และนอกจากนี้ยังวางแผนในอนาคตอีกว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมคนอื่นๆได้พัฒนาฝีมือผลิตผลงานจากความคิดสร้างสรรค์มาจำหน่ายที่ร้านอีกด้วย "พนักงานที่ร้านของผมมีความบกพร่องทางการได้ยิน คือได้ยินน้อยมากๆ จะพูดได้นิดเดียว ที่ผมเลือกเพราะผมเห็นความสามารถและความอยากทำงานของเขาว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย แต่เขาอาจจะมีบางอย่างที่ไม่เท่าพวกเรา ผมก็เลยอยากร่วมงานกับน้องๆ ยิ่งได้เจอแล้วผมว่าน้องๆน่ารักดีครับ"
นอกจากนี้พิธีกรหนุ่มยังเผยถึงการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจนำผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ออกแบบด้วยตนเองมาวางจำหน่ายว่า "ผมอยากเชิญชวนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศไหน วัยไหน อาชีพอะไร สามารถนำของมาขายได้ โดยเว็บไซต์ที่สามารถนำของมาฝากขายคือ www.ecoshop.in.th ซึ่งของที่นำมาฝากขายจะต้องเป็นของที่ผ่านการดีไซน์ การกลั่นกรองความคิดจากเจ้าของผลงานเป็นอย่างดี และต้องคิดถึงสิ่งแวดล้อมด้วยครับ"

การประกวดผลงาน หรือ โจรกรรมทางปัญญา


"... อีกด้านหนึ่งของการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และความคิดสร้างสรรค์...เป็นการลงทุนหาความคิดใหม่หรือได้นวัตกรรมใหม่ ในราคาที่ถูกมากๆ...อย่าลืมว่า Nobody gives you anything for nothing. ยังใช้ได้ทุกเวลา..."
การเชิญชวนให้ส่งผลงานด้านต่างๆ ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์และงานความคิดสร้างสรรค์เข้าประกวดเพื่อชิงรางวัลนั้นได้ถูกส่งไปตามสถาบันการศึกษาในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับการศึกษาพื้นฐานจนถึงระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้งบุคคลทั่วไปก็ยังได้รับโอกาสนี้ด้วย เช่น การประกวดเกม แอนิเมชั่น ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ซอฟต์แวร์ ออกแบบเว็บไซต์ การ์ตูน นิยาย เรื่องสั้น บทละคร สื่อต่างๆ รวมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ นอกจากนั้นยังมีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต้องใช้ความสามารถทางปัญญา ความรู้เฉพาะด้านในการสร้างสรรค์ผลงานเหล่านั้น โดยมีรางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดเป็นเครื่องล่อใจ และโอกาสที่จะได้มีชื่อเสียง มีงานทำหรือได้รับงานในโครงการต่างๆ ต่อไปในอนาคต เป็นการสร้างความหวังของผู้ได้รับรางวัล
หากพิจารณาในด้านดีแล้ว การประกวดต่างๆ แม้แต่ประกวดความงามล้วนมีแต่สิ่งดีงามที่สามารถนำมาแสดงให้เห็นได้มากมาย เป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้พลังปัญญา พลังความคิดพลังใจทุ่มเทกับการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อแสดงถึงศักยภาพของแต่ละคน สถาบันการศึกษาก็พลอยได้มีชื่อเสียงจากการที่นักศึกษา หรือนักเรียนของตนได้รับรางวัล ดูแล้วมีแต่ดีๆ และน่าส่งเสริมเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความดีงานนั้น หน่วยงานหรือองค์กรบางแห่งมีเหตุผลเบื้องหลังของการจัดประกวดผลงานที่น่าตกใจ เพราะมีเป้าหมายหรือจุดประสงค์เพื่อหาความคิดใหม่ในราคาที่ไม่แพง เพราะเมื่อมีการเปิดให้มีการส่งผลงานเข้าประกวด ผู้จัดการประกวดก็จะได้รับผลงานที่ส่งเข้ามาให้พิจารณคัดเลือก ผู้จัดการประกวดบางแห่งไม่มีกำลังทั้งปัญญาและความสามารถที่จะทำผลงานเหล่านั้นได้เอง หรือไม่สามารถคิดสร้างผลงานขึ้นได้เพราะข้อจำกัดทางกำลังคน กำลังความคิดความรู้ความสามารถ เครื่องมือที่ทันสมัยและเวลาที่จะทุ่มเทให้กับงาน หรือบุคคลกรในหน่วยงานนั้นหมดไฟในการทำงานไปแล้วเพราะเป็นหน่วยงานเก่าแก่ มีแต่คนที่ทำงานมานาน อยู่ในองค์กรมานานคิดอะไรไม่ออกแล้วแต่ต้องการผลงานที่ร่วมสมัยในงบประมาณที่จำกัด และเงื่อนไขของการประกวดผลงานนั้นมักจะต้องยกกรรมสิทธิ์หรือให้สิทธิ์บางประการในผลงานนั้นกับผู้จัดการประกวดอีกด้วย ตรงกับสุภาษิตข้อเตือนใจว่า... "ไม่มีไครให้อะไรกับท่านโดยไม่หวังอะไร" (Nobody gives you anything for nothing)... ผู้ที่จะส่งผลงานเข้าประกวดควรเฉลียวใจไว้บ้าง แต่มีใช่มีเจตนาจะขัดขวางการประกวดผลงานหรือส่งผลงานเข้าประกวด.. แต่ขอให้พิจารณาให้ดีๆ...
ถ้าเป็นหน่วยงานหรือองค์กรภาคเอกชน การประกวดเพื่อมีเจตนาส่งเสริมการสร้างผลงานและการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพของชาตินั้นคงถูกจัดอันดับความสำคัญไว้น้อยกว่าประโยชน์ที่องค์กรหรือบริษัทผู้จัดการประกวดจะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่สิ่งเหล่านี้ผู้ประสงค์จะส่งผลงานเข้าประกวดย่อมเข้าใจได้ และไม่รู้สึกลังเลที่จะส่งผลงาน เพราะรู้แก่ใจดีว่าบริษัทหรือองค์กรภาคเอกชนนั้นมีกำไรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่ต่อไปได้ การแสวงหาแนวคิดใหม่ สิ่งประดิษฐ์ใหม่เพื่อประโยชน์ขององค์กรโดยไม่ต้องลงทุนมากจึงเป็นเรื่องปกติแต่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปบางท่านอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกลยุทธทางธุรกิจ กลวิธีของกระบวนการทำธุรกิจในปัจจุบัน หรือรู้แต่ต้องการแสดงความรู้ความสามารถของตนตามโอกาสที่พอหาได้ เป็นผลงานที่ตนเองอยากให้ผู้อื่นได้รับรู้ ถึงแม้จะรู้ว่าผลงานทางปัญญาของตนนั้นผู้จัดการประกวดสามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อย่างมากมาย โดยลงทุนเพียงแค่ค่าตอบแทนที่เป็นรางวัลที่ได้รับ นอกจากนั้นการประกวดผลงานของภาคเอกชนนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรและอาจได้รับการเรียกอย่างสวยหรูว่า เป็น "การคืนกำไรให้สังคม" โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณค่าของผลงานที่ส่งเข้าประกวดแต่อย่างใดก็ได้ หรือ ที่เลวร้ายกว่านั้น เป็นการโจรกรรมทางปัญญา โดยใช้รางวัลเป็นเหยื่อล่อ และบางครั้งไม่มีผู้สมควรได้รับรางวัลเพราะผลงานที่ส่งประกวดนั้นยังไม่ถูกใจหรือจะได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับรางวัลที่ผู้จัดการประกวดให้ไปก็สามารถเกิดขึ้นได้
หากเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐเป็นเจ้าของ เช่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน หรือหน่วยงานต่างๆ ที่รัฐมีหุ้นส่วนหรือเป็นเจ้าของจัดการประกวด ความมั่นใจของผู้ส่งผลงานประกวดที่มีต่อผู้จัดการประกวดย่อมมีมากกว่าภาคเอกชน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหน่วยงานที่จัดการประกวดมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนประเภทของผลงานที่จัดให้มีการประกวดโดยตรงแล้วผู้ส่งผลงานจะรู้สึกว่ามั่นใจมากขึ้นอีก แต่... การเอาประโยชน์จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดก็ยังมีอยู่ และบางหน่วยงานอาจนำเอาไปใช้เป็นผลงานของหน่วยงานตนเองได้เช่นกันตามเงื่อนไขของการประกวด เช่นต้องให้เป็นลิขสิทธิ์หรือให้สิทธ์บางประการแก่ผู้จัดการประกวด และสงวนสิทธิ์ไม่คืนผลงานที่ไม่ได้รางวัลหรือได้รางวัลก็ตาม เป็นต้น...ผู้จะส่งผลงานเข้าประกวดควรต้องคิดถึงสุภาษิตข้างต้นไว้เสมอ "ไม่มีไครให้อะไรกับท่านโดยไม่หวังอะไร....(ไม่ขอยกตัวอย่างเพราะการยกตัวอย่างอาจทำให้กระทบกระเทือนหน่วยงานเหล่านั้นได้)
แต่ถ้าเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่มีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมและสนับสนุนผลงานประเภทที่มีการจัดให้ประกวด  มีการจัดการประกวดนั้น มักเป็นความต้องการหาความคิดใหม่ หรือนวัตกรรมอันเนื่องมาจากความต้องการขององค์กรหรือภายในหน่วยงานเองที่ต้องการให้มีผลงานเข้ามาสู้องค์กร แต่ไม่มีความสามารถทำเองได้ หรือทำได้แต่ไม่ดี อาจเป็นเพราะองค์กรขาดกำลังคนที่มีความรู้ เวลา เครื่องมือ งบประมาณ หรืออื่น ๆ ที่พร้อมจะลงทุนและทุ่มเทกับการสร้างผลงานได้ การใช้วิธีการประกวดให้บุคคลภายนอกส่งผลงานเข้ามาแล้วมีรางวัลให้ดูจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด เร็วสุด และราคาถูกสุดๆ และนักเรียน นักศึกษา คือผู้ที่อยู่ในข่ายที่สามารถสร้างผลงานเชิงสร้างสรรค์ได้ดีกว่าคนที่อยู่ในองค์กรมานาน (คนเก่า คนแก่ ที่หมดไฟ ทำอะไรไม่ไหวแต่ยังต้องเลี้ยงไว้ ไล่ออกไม่ได้เพราะเป็นข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ)

ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์

มีตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทนาฬิกาแบรนด์หรู "ญาฟริโร่" ชื่อเล่นเก๋ไก๋ว่า "หยิงหยิง" มีความสามารถด้านการออกแบบเว็บไซต์จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ...

ชื่อ-สกุล : ศลิษา เอี่ยมมะโนชญ์

ชื่อเล่น : หยิงหยิง

การศึกษา : ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญประกาศนียบัตรด้านการออกแบบเว็บไซต์

ผลงาน : 

- ร่วมกิจกรรมในพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13
- นางนพมาศ
- พิธีกรในมหาวิทยาลัย

อาชีพ : กรรมการบริษัท ญาฟริโร่ อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีอี จำกัด